การเลือกอาหาร

การเลือกอาหาร

อีกหนึ่งสิ่งที่คนรักแมวจะต้องรู้นั่นก็คือ การเลือกอาหารให้เหมาะกับแมวแต่ละช่วงวัย นอกจากจะช่วยให้น้องแมวที่เราเลี้ยงมีสุขภาพดีแล้ว ยังช่วยในเรื่องพัฒนาการของเจ้าเหมียวอีกด้วย โดยการแบ่งแบบง่ายๆ ก็คือการแบ่งตามช่วงอายุ

– แมวเด็ก (แรกเกิด ถึง 4 เดือน หรือ ถึง 12 เดือน)
– แมวโต (12 เดือน ถึง 7 ปี)
– แมวสูงอายุ (7 – 10ปีขึ้นไป)

สำหรับแมวแรกเกิด (แรกเกิด ถึง 4 เดือน) หรือ แมวเด็ก ( 4 ถึง 12 เดือน)
เป็นช่วงอายุที่เราจำเป็นต้องใส่ใจให้การให้อาหารเป็นอย่างมาก เนื่องจากแมวมีความอ่อนแอสูง ในหนึ่งวันของลูกแมวนั้น จะมีแค่การกินและการนอน สังเกตุง่ายๆ ถ้าลูกแมวหิวจะส่งเสียงร้องออกมาบ่อยๆ โดยการจะให้อาหารลูกแมวที่ดีนั้น ควรแบ่งเป็น 6 – 9 มื้อ หรือ 3 – 4 มื้อ ภายใน 1 วัน
อาหารสำหรับแมวแรกเกิด โดยลูกแมวแรกเกิดในช่วง 3 สัปดาห์ควรเป็นนมแม่ เพราะมีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ให้แก่ลูกแมวได้  หรือควรเป็นอาหารที่เป็นสูตรเฉพาะสำหรับแมวแรกเกิดหรือลูกแมวโดยเฉพาะ เพื่อช่วยลดการทำงานของไต และระบบทางเดินอาหาร เช่น น้ำนมถั่วเหลือง นมแพะ(ควรเป็นรสจืดเท่านั้น ไม่ควรเป็นรสหวาน) และนมผงสำหรับลูกแมว เป็นต้น

สำหรับแมวโต (12 เดือน ถึง 7 ปี)
ดูส่วนประกอบของอาหาร ควรมีสารอาหารที่ครบ (โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น) และมีตัวช่วยให้การเสริมสร้างการเจริญเติบโต สร้างระบบภูมิคุ้มกันต่าง ช่วยให้แมวมีการพัฒนาการได้อย่างเต็มที่ ลูกแมวที่กำลังโตเป็นแมวโต หรือเริ่มหย่านมแล้ว อาหารที่ให้เขาควรลดมื้ออาหารลงได้ จาก 4-5 มื้อลดมาแค่ 3 มื้อและถ้าลูกแมวโตเต็มวัยหนุ่มก็อาจลดเหลือแค่ 2 มื้อ เช้า เย็นและควรฝึกแมวเหมียวนั้นให้กินอาหารเป็นเวลา ไม่ควรทึ้งอาหารไว้นานจนเกินไปเพราะอาจทำให้อาหารบูดหรือเสียได้ ถ้าแมวเหมียวกินข้าวไปทำให้ท้องเสียได้

สำหรับแมวสูงอายุ (7 – 10 ปีขึ้นไป)
ควรเป็นอาหารแมวที่มีไฟเบอร์ หรือ อาหารที่ย่อยได้ดี มีสารอาหารที่จะมาซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และควรหลีกเลี่ยงการให้อาหารเม็ด เนื่องจากจะทำให้แมวอ้วนง่ายและยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางเดินปัสสาวะ แต่ถ้าแมวยังติดกับการกินอาหารเม็ด เราควรจะกระตุ้นให้แมวกินน้ำให้มากขึ้น

อาหารสำเร็จรูปสำหรับแมว
การให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับแมวนั้น ไม่ควรให้อาหารแบบเดิมซ้ำๆ หรือชนิดเดียว ควรให้อาหารแมวแบบเม็ด กับแบบเปียก ผสมกันไป เนื่องจากอาหารแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป
อย่างอาหารเปียกนั้นเหมาะกับแมวที่กินน้ำน้อย และเบื่ออาหาร เนื่องจากอาหารแบบเปียกมีกลิ่นหมอ เนื้อนุ่ม มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ทำให้แมวนั้นได้กินน้ำไปด้วย ส่วนอาหารเม็ดก็ทำให้แมวนั้นได้ขัดฟัน และได้ฝึกกลามให้การเคี้ยวอาหาร ทำให้แมวนั้นมีฟันที่แข็งแรงอีกด้วย